[x] ปิดหน้าต่างนี้
 

 


เนื้อหา : บทความสาระน่ารู้
หมวดหมู่ : ความรู้เกี่ยวกับ IT
หัวข้อเรื่อง : 4 วิธีปฏิบัติก่อน-หลังเกิดอุทกภัย

พฤหัสบดี ที่ 12 เดือน มกราคม พ.ศ.2560

คะแนน vote : 66  

4 วิธีปฏิบัติก่อน-หลังเกิดอุทกภัย



การเตรียมตัวก่อนน้ำท่วม

การเตรียมพร้อมโดยการไม่ประมาทอาจช่วยบรรเทาความเสียหายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินที่อาจเกิดขึ้นได้ การทำความทำความเข้าใจเกี่ยวกับน้ำท่วม โดยการสอบถามหน่วยงานใกล้บ้านที่มี

     - การบริหารจัดการด้านน้ำท่วมด้วยคำถามดังต่อไปนี้
    
     - ภายในละแวกใกล้เคียงในรอบหลายปี เคยเกิดน้ำท่วมสูงที่สุดเท่าไร
    
     - เราสามารถคาดคะเนความเร็วน้ำหรือโคลนได้หรือไม่
    
     - เราจะได้การเตือนภัยล่วงหน้าก่อนที่น้ำจะมาถึงเป็นเวลาเท่าไหร่
    
     - เราจะได้รับการเตือนภัยอย่างไร
    
     - ถนนเส้นใดบ้าง ในละแวกนี้ที่จะถูกน้ำท่วมหรือจะมีสิ่งกีดขวาง


การทำแผนรับมือน้ำท่วม

     ในสถานการณ์ฉุกเฉินการได้จัดทำแผนรับมือน้ำท่วม จะช่วยให้นึกถึงสิ่งต่างๆ ที่จำเป็นอย่างครอบคลุม โดยการจดบันทึกตามลำดับก่อนหลัง เช่น จดบันทึกตามการจัดวางสิ่งของภายในบ้าน เพื่อให้สามารถเก็บสิ่งของได้อย่างครบถ้วน หรือการจดบันทึกสิ่งที่ต้องทำเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน ที่สำคัญคือ การบันทึกหมายเลขโทรศัพท์ต่างๆ ที่สำคัญไว้ในแผน
    
     นอกจากนี้หน่วยงานและองค์กรทุกฝ่ายควรมีการเตรียมความพร้อมที่จะวางระบบศูนย์เตือนภัย สร้างเครือข่ายเตือนภัย จัดเครื่องมือสื่อสารที่สามารถใช้งานได้ในทุกสถานการณ์ เช่น วิทยุสื่อสาร เป็นต้น มีการทำแผนชุมชนในการรับมือน้ำท่วม ก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ จัดเตรียมกำลังคนรับผิดชอบในชุมชน อาสาสมัครกู้ภัย จุดอพยพจุดสื่อสารข้อมูล จุดรับส่งอาหารโดยมีเรือของชุมชน เป็นต้น

แน่นอน ในสถานการณ์ฉุกเฉิน การบริหารเวลาเป็นสิ่งจำเป็น เวลาเล็กน้อยหลังการเตือนภัยทำให้ต้องมีการเตรียมแผนงานอย่างรัดกุม ดังนี้

     - สัญญาณเตือนภัยฉุกเฉิน และสถานีวิทยุ หรือสถานีโทรทัศน์ที่รายงานสถานการณ์
    
     - รายชื่อสถานที่ 2 แห่งที่สมาชิกในครอบครัวสามารถพบกันได้หลังจากพลัดหลงโดยสถานที่  แรกให้อยู่ ใกล้บริเวณบ้านและอีกสถานที่อยู่นอกพื้นที่ที่น้ำท่วมถึง
 
การรับมือระหว่างน้ำท่วม

สิ่งที่ควรรู้ในการป้องกันน้ำไหลเข้าบ้าน
    
     - น้ำสามารถผ่านเข้ารอบๆประตู  และช่องว่างของอิฐได้
    
     - หากน้ำท่วมสูงมาก  น้ำจะสามารถไหลย้อนกลับเข้าบ้านทางท่อในห้องน้ำและท่ออ่างล้างหน้าได้
    
     - น้ำสามารถซึมผ่านรอยร้าวและรอยต่อของกำแพงได้
    
     - น้ำสามารถซึมผ่านขึ้นมาจากพื้นชั้นล่างได้
    
     - น้ำสามารถผ่านเข้าทางรอยร้าวและรอยต่อรอบสายไฟ  หรือสายโทรศัพท์ที่เจาะผ่านกำแพง
    
     - น้ำสามารถไหลย้อนเข้าทางท่อระบายน้ำทิ้งได้


การปฏิบัติตัวเมื่ออยู่ภายนอกบ้าน
    
     - ห้ามเดินตามเส้นทางที่น้ำไหล
    
     - ห้ามขับรถในพื้นที่ที่กำลังโดนน้ำท่วม
    
     - ห้ามเข้าใกล้อุปกรณ์ไฟฟ้าและสายโทรศัพท์


สิ่งที่ควรทำหลังจากที่ได้รับการเตือนภัยน้ำท่วม

1. ติดตามการประกาศเตือนภัยจากสถานีวิทยุท้องถิ่น โทรทัศน์หรือรถแจ้งข่าว

2. ถ้ามีการเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและคุณอยู่ในพื้นที่หุบเขาให้ปฏิบัติ  ดังนี้
    
     - ปีนขึ้นที่สูงให้เร็วสุดเท่าที่จะทำได้
    
     - อย่าพยายามนำสัมภาระติดตัวไปมากเกินไป ให้คิดว่าชีวิตสำคัญที่สุด
    
     - อย่าพยายามวิ่งหรือขับรถผ่านบริเวณน้ำหลาก

3. ดำเนินการตามแผนรับมือน้ำท่วมที่ได้วางแผนไว้แล้ว

4. ถ้ามีการเตือนภัยการเฝ้าระวังน้ำท่วมจะยังมีเวลาในการเตรียมแผนรับมือน้ำท่วม

5. ถ้ามีการเตือนภัยน้ำท่วมและคุณอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมถึง ควรปฏิบัติดังนี้

     - ปิดอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและแก๊ส
    
     - อุดปิดช่องน้ำทิ้งอ่างล่างจาน
    
     - พื้นที่ห้องน้ำและสุขภัณฑ์ที่น้ำสามารถไหลเข้าบ้าน
    
     - อ่านวิธีการที่ทำให้ปลอดภัยจากเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่ออยู่นอกบ้าน
    
     - ล็อคประตูบ้านและอพยพขึ้นที่สูง
    
     - ถ้าไม่มีที่ปลอดภัยบนที่สูง ให้ฟังข้อมูลจากวิทยุหรือโทรทัศน์เกี่ยวกับสถานที่หลบภัยของหน่วยงาน

6. หากที่พักอาศัยไม่ได้อยู่ในที่น้ำท่วมถึง ควรศึกษาวิธีการที่ทำให้ความปลอดภัยเมื่ออยู่ในบ้าน

7. หากที่พักอาศัยไม่ได้อยู่ในที่น้ำท่วมถึงแต่อาจมีน้ำท่วมในห้องใต้ดิน

     - ปิดอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องใต้ดิน
    
     - ปิดแก็สหากคาดว่าน้ำจะท่วมเตาแก็ส
    
     - เคลื่อนย้ายสิ่งของมีค่าขึ้นข้างบน
    
     - ห้ามอยู่ในห้องใต้ดิน เมื่อมีน้ำท่วมถึงบ้าน


ปฏิบัติตนให้ปลอดภัยเมื่ออยู่ในบ้านระหว่างน้ำท่วม
    
     - ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อบ้านถูกน้ำท่วม
    
     - อุปกรณ์บางอย่างอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตได้  ฉะนั้นควรปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อบ้านถูกน้ำท่วม  และห้ามใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เปียกน้ำจนกว่าจะแน่ใจว่าอุปกรณ์ทุกชิ้นนั้นแห้งสนิท ไม่ชำรุด เพราะทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตได้

     - ระวังสัตว์อันตราย สัตว์อันตราย เช่น งู ตะขาบ อาจจะหนีน้ำเข้ามาในบ้าน จึงต้องมีการตรวจสอบความเรียบร้อยภายในบ้านในระหว่างน้ำท่วม
    
     - ระวังแก๊สรั่ว หากได้กลิ่นแก๊สให้อยู่ห่างๆ ไว้  อาจจะลองใช้ไฟฉายส่องดู เพื่อเช็คความเสียหาย  และห้ามสูบบุหรี่หรือจุดไฟจนกว่าจะปิดแก๊สหรือระบายอากาศในพื้นที่แล้ว  เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน
   
     - ทำความสะอาดทุกอย่างที่เปียกน้ำน้ำท่วมมีสิ่งปฏิกูลและสารอันตรายเจือปน ห้ามบริโภคทุกสิ่งที่สัมผัสน้ำ  ส่วนเครื่องใช้ต่าง ๆ ต้องล้างให้สะอาดก่อนนำมาใช้ เพื่อป้องกันเชื้อโรคที่มาจากน้ำท่วม


ที่มา: บริษัทซอฟท์บิสพลัส 



การป้องกันไฟฟ้าดูดเสียชีวิตช่วงน้ำท่วม
     ในช่วงเกิดอุทกภัยพบว่า  นอกจากการเสียชีวิตจากการจมน้ำแล้ว สิ่งที่ควรระมัดระวังอีกเรื่องหนึ่ง  คือ  อันตรายจากกระแสไฟฟ้า  จึงควรปฏิบัติ  ดังนี้


ข้อควรระวัง


1. สำรวจสายไฟฟ้า ปลั๊กไฟ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ติดตั้งในระดับต่ำ ต้องรีบย้ายให้สูงพ้นระดับน้ำ

2. ถ้าน้ำท่วมปลั๊กไฟแล้ว ให้รีบปลดคัทเอาท์ทันที

3. ให้ตรวจสอบสายไฟที่แช่น้ำ เพราะอาจมีกระแสไฟฟ้ารั่วได้

4. หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้เสาเหล็กที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้า ถ้าเครื่องใช้ไฟฟ้าย้ายไม่ทัน ถูกน้ำท่วมแล้วควรหยุดใช้งานจนกว่าจะได้รับการ
ตรวจสอบสภาพเสียก่อน

5. ตรวจสอบสววิตซ์ไฟฟ้าว่ามีน้ำเข้าหรือถูกฝนสาดหรือไม่ถ้าเปียกน้ำอย่าแตะต้องอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าใดๆ

6. ห้ามใช้เครื่องไฟฟ้าที่โดนน้ำท่วมแล้ว ควรตรวจสอบก่อน

7. อย่าแตะสวิทซ์ไฟ อุปกรณ์ไฟฟ้า หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กำลังเสียบปลั๊กอยู่ ในขณะที่ร่างกายเปียกชื้นหรือกำลังยืนอยู่บนพื้นเปียกๆ

8. เมื่อเกิดน้ำท่วมในบ้านต้องตัดการจ่ายไฟทันที

9. งดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดขณะเกิดน้ำท่วม


การช่วยเหลือขณะเกิดเหตุ

1. เมื่อพบคนถูกไฟฟ้าดูด จะต้องตัดการจ่ายไฟทันที (สับคัตเอาท์หรือเต้าเสียบ)  เพื่อตัดกระแสไฟฟ้าก่อนจะเข้าไปช่วยเหลือ

2. หากไม่สามารถสับสะพานไฟลงได้ ห้ามใช้มือไปจับต้องคนที่กำลังถูกไฟฟ้าดูด

3. ผู้ที่จะเข้าไปช่วยร่างกายต้องไม่เปียกน้ำและสวมรองเท้า  และต้องไม่สัมผัสผู้ถูกไฟฟ้าดูดโดยตรง

4. ยืนในที่แห้งและใช้ไม้แห้งหรือฉนวนไฟฟ้าเขี่ยอุปกรณ์ไฟฟ้าให้พ้นจากผู้ที่ถูกกระแสไฟฟ้าดูดหรือใช้ผ้าแห้ง/เชือกดึงผู้ป่วยออกจากจุดที่เกิดเหตุโดยเร็ว

5. เมื่อช่วยผู้ถูกไฟฟ้าดูดหลุดออกมาแล้ว  ให้รีบปฐมพยาบาล  ถ้าหยุดหายใจ  ให้ทำการเป่าปาก  ช่วยหายใจ  หากคลำชีพจรไม่ได้  ให้นวดหัวใจ

6. รีบส่งโรงพยาบาลทันที  หรือขอความช่วยเหลือจากหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน 1669

สำนักงานโรคไม่ติดต่อ  กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข www.thaicd.com

การปฏิบัติภายหลังน้ำท่วม

 

ขั้นตอนการปฏิบัติหลังเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม

ขั้นตอนที่ 1 เอาใจใส่ตัวเอง
    
     1. ให้เวลากับครอบครัวเพราะความอบอุ่นในครอบครัวอาจช่วยเยี่ยวยารักษาได้ดี
    
     2. พูดคุยปัญหากับเพื่อนและครอบครัว ร่วมแบ่งปันความกังวลจะช่วยให้ได้ระบายและผ่อนคลายความเครียด
    
     3. ผักผ่อนและกินอาหารที่เป็นประโยชน์ เพราะความเครียดจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อร่างกายอ่อนแอ
    
     4. จัดลำดับสิ่งที่จำเป็นต้องทำก่อนหลัง และทยอยปฏิบัติอย่างมีสติ
    
     5. ขอความช่วยเหลือจากจิตแพทย์เมื่อเกิดอาการซึมเศร้าจนเกินที่จะรับมือได้
    
     6. ดูแลบุตรหลาน ทั้งทางกายและจิตใจ อย่าตำหนิเด็กที่มีพฤติกรรมแปลก ๆ หลังจากน้ำท่วม เช่น ฉี่รดที่นอน ดูดนิ้วโป้ง หรือเกาะเกี่ยวผู้ปกครองอยู่ตลอดเวลา พึงระลึกอยู่เสมอว่าเด็กก็เพิ่งผ่านเหตุการณ์ที่รุนแรงในชีวิต
    
     7. ระวังเรื่องสุขอนามัย เมื่ออยู่ในพื้นที่เคยน้ำท่วม


ขั้นตอนที่ 2 การจัดการดูแลบ้าน

สิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อกลับสู่ภาวะปกติ คือ การตรวจสอบความปลอดภัยก่อนเข้าบูรณะและอยู่อาศัย โดยมีขั้นตอนดังนี้

     1. ปรับจูนคลื่นวิทยุโทรทัศน์ ติดตามการรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

     2. ติดต่อบริษัทประกันภัย เพื่อตรวจสอบความเสียหาย และซ่อมแซมทรัพย์สินต่าง ๆ

     3. เดินตรวจตรารอบบ้าน และตรวจสอบสายไฟฟ้า สายถังแก็ส กลิ่นจากแก็สจะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ามีแก็สรั่วหรือไม่หากมีกลิ่นแก็สให้รีบโทรแจ้งร้านที่เป็นตัวแทนจำหน่าย

     4. ปิดวาล์วแก็สให้สนิท ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้บริเวณดังกล่าว หากได้กลิ่นแก็สรั่ว

     5. ตรวจสอบความเสียหายของโครงสร้าง ตัวบ้าน ระเบียง หลังคา ให้แน่ใจว่าโครงสร้างทุกอย่างปลอดภัย

     6. ตัดระบบไฟฟ้าที่จ่ายเข้าบ้าน

     7. เข้าไปในบ้านอย่างระมัดระวัง และอย่าใช้วัสดุที่ทำให้เกิดประกายไฟ

     8. ถ่ายภาพความเสียหาย เพื่อเรียกร้องค่าชดเชยจากประกัน (ถ้ามี)

     9. เก็บกู้สิ่งของที่มีค่า และห่อหุ้มรูปภาพหรือเอกสารสำคัญ

     10. เก็บกวาดทำความสะอาดบ้าน เปิดหน้าต่างและประตู เพื่อระบายอากาศ และตรวจสอบความมั่นคงของโครงสร้างพื้น
ฐานของสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ

     11. ซ่อมแซมโครงสร้างที่เสียหาย

     12. เก็บกวาดกิ่งไม้หรือสิ่งปฏิกูลในบ้าน

     13. ตรวจหารอยแตกหรือรั่วของท่อน้ำ ถ้าพบให้ปิดมิเตอร์น้ำ และไม่ควรดื่มและประกอบอาหารด้วยน้ำจากก๊อกน้ำ จนกว่าจะรู้ว่าสะอาดและปลอดภัย

     14. ระบายน้ำออกจากห้องใต้ดินอย่างช้า ๆ เนื่องจากแรงดันน้ำภายนอกอาจจะมากจนทำให้เกิดรอยแตกของผนังหรือพื้นห้องใต้ดิน

     15. กำจัดตะกอนที่มาจากน้ำ เนื่องจากเชื้อโรคส่วนมากมักจะมาจากตะกอน


ขั้นตอนที่ 3 การประสานงานกับหน่วยงานทีเกี่ยวข้อง

ก่อนที่จะพยายามทำความสะอาดและซ่อมแซมทุกอย่าง  ควรประเมินความเสียหายและทำตามแผนที่วางไว้  ตามขั้นตอนดังนี้ 

     1. เรียกบริษัทประกันภัย  และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่อพิจารณาความเสียหาย

     2. ตรวจสอบความเสียหายของโครงสร้างอาคารบ้านเรือน

     3. ทำแผนบูรณะซ่อมแซมเกี่ยวกับความเสียหาย  เพื่อประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม

     4. เปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้อย่างสะดวก



เข้าชม : 1781


ความรู้เกี่ยวกับ IT 5 อันดับล่าสุด

      4 วิธีปฏิบัติก่อน-หลังเกิดอุทกภัย 12 / ม.ค. / 2560
      การเขียนข่าวเพื่อการประชาสัมพันธ์ 2 / พ.ค. / 2559
      10 เทคนิคการถ่ายภาพท่องเที่ยวจากมือถือให้สวยงามอย่างมือโปร 2 / พ.ค. / 2559
      10 เทคนิค...พูดอย่างมือโปร 2 / พ.ค. / 2559
      83 เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ 2 / พ.ค. / 2559


 
สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เลขที่ 22 ถนนสวนสน  ตำบลประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 77000
โทร 032611586,032611589(Fax)
aruttapol@hotmail [อรุธพล ถังเงิน (ป๊อป)]
FaceBook
Powered by MAXSITE 1.10   Modify by   นิกร เกษโกมล   Version 2.05HD  Update by   นายบุญมา มาดี